From Ma Nongmawor

คนชั้นกลางเลือกเพื่อ “รสนิยม”???

รสนิยมไม่ใช่ “อัตวิสัย” ไม่ใช่เรื่อง “ส่วนบุคคล” และไม่ใช่สมบัติที่แต่ละคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ มันไม่ได้เป็นแค่ความชอบส่วนตัว ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่มันถูกกำหนดโดย “ทุนทางสังคม” เช่น การเลี้ยงดูและการศึกษา รวมถึงชนชั้นที่สังกัด

สำหรับเรา รสนิยมของคนชั้นกลางถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงชนชั้น เป็นคำประกาศว่าฉันแตกต่างจากชนชั้นล่างอย่างไร เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลจากชนชั้นสูง และเป็นวัฒนธรรมหันรีหันขวาง หัวขบวนว่าอย่างไรก็ไม่กล้าแตกแถว เพราะกลัวจะกลายเป็นคนไร้รสนิยม

เราไม่มีปัญหากับรสนิยมเรื่องเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม อาหาร/เครื่องดื่มที่พวกคุณดื่มกิน หนังที่พวกคุณดู เพลงที่พวกคุณฟัง หนังสือที่พวกคุณอ่าน หรือไลฟ์สไตล์ที่พวกคุณดื่มด่ำรื่นรมย์มีความสุข

เรามีปัญหาเฉพาะกับรสนิยมแสดงชนชั้นที่พวกคุณลากเอามาใช้กับ “การเมือง” เพราะการเลือก “เพื่อรสนิยม” ของพวกคุณ มันพาชาวบ้านชาวช่องฉิบหายด้วย

พวกคุณไม่เพียงไม่อยากใส่เสื้อผ้าเหมือนคนชั้นล่าง ไม่อยากนั่งร่วมร้านอาหารเดียวกัน ไม่อยากนั่งรถสาธารณะร่วมกัน (เพราะพวกคุณมีต้นทุนชีวิตมากพอจะ “จ่ายแพงกว่า” เพื่อให้ได้อยู่คนละชั้นกับพวกกรำงานหนักเหม็นกลิ่นเหงื่อกลิ่นไคล)

แต่พวกคุณยังไม่อยาก “เลือกพรรคการเมือง” เดียวกับพวกคนชั้นล่างเหล่านั้นด้วย

ซึ่งก็ยังไม่เป็นปัญหา ถ้าพวกคุณหยุดอยู่แค่ “ไม่ต้องรสนิยมก็ไม่เลือก” ทว่าที่ผ่านมาพวกคุณกลับพยายามดึงดันเอารสนิยมของตัวเองมากำหนดชะตากรรมประเทศ โดยพยายาม “ล้มการเลือก” ของชาวบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า

พวกคุณยอมให้รัฐบาลที่คนชั้นล่างเลือกมามีอำนาจไม่ได้ รัฐบาลของคนจน คนโง่เง่า ไร้รสนิยม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี รังแต่ตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองนายทุนสามานย์ เพียงเพราะเขาเอาขนมหวานอย่างประชานิยมมาหลอกล่อ

สำหรับเรา ใจกลางปัญหาประชาธิปไตยไทยคือ “คนชั้นกลาง” พวกนี้ด้วย ถ้าคนพวกนี้ไม่คอยเป็นมือเป็นตีนให้รัฐพันลึก ประเทศก็ไม่ถูกลากฉุดมาจนถึงวันนี้ ถ้าคนพวกนี้ไม่ผ่านใบอนุญาตให้รัฐพันลึก ชีวิตคนจนหลายสิบล้านคนก็คงไม่ต้องฉิบหายมาถึงวันนี้

เคยบอกแล้วว่า ถ้าวันหนึ่งเสียงของคนแบบเรากลายเป็นเสียงแห่งอคติ เสียงแห่งความใจแคบ ก็ช่วยสะกิดบอกกัน เราจะได้เงียบเสียง วันนี้เริ่มได้ยินเสียงแบบนั้นแล้ว

เอาจริงเราโคตรเบื่อหน่ายท่าทีแบบนี้เลย พวกคุณพร้อมจะย่อหย่อนเว้นที่ทางให้คนที่มันตะโกนเสียงดังจนกลบเสียงของคนเล็ก ๆ เสมอ พวกคุณพร้อมจะอภัยให้คนที่มันไล่ต้อนบดขยี้คนตัวเล็กตัวน้อยจนไม่มีที่ยืน พวกคุณพร้อมจะกลับไปโอบกอดและยิ้มให้คนอย่าง “ธงชัย” และใครต่อใครในขบวนนั้น ในนามของความสูงส่งบางอย่างที่คนอย่างเราเอื้อมไม่ถึง

เหมือนที่ครั้งหนึ่งบางคนเคยอ้าแขนโอบกอดคนที่มันแช่งชักหักกระดูกให้ฆ่าคนเสื้อแดง และประณามคนไม่ยอมอภัยว่าใจแคบ

พวกคุณก็พูดได้สิ เมื่อชีวิตพวกคุณแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้ไม่ได้เงินหมื่น เมื่อพวกคุณก็ยังได้ตื่นเช้าไปทำงาน ถึงสิ้นเดือนมีเงินโอนเข้าบัญชีเหมือนเดิม แม้นโยบายที่เพื่อไทยประกาศไว้ไม่อาจส่งต่อถึงมือประชาชน

แต่มันมีคนอีกมากที่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

เคยบอกแล้วว่าการอภัยก็ไม่ง่ายเช่นกัน

Leave a Reply

Trending

Discover more from Sit Beautiful

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading