เรามักคุ้นเคยกับการเขียนถึงร้านอาหารในความหมายว่า
ร้านนี้อร่อย
ร้านนี้น่าไปกินสักครั้ง
ใครมาจังหวัดนี้ อำเภอนี้ ต้องไม่พลาดร้านนี้
ในอดีตเรากินอาหารตามคำแนะนำของแม่ช้อยนางรำ เรากินตามเชลล์ชวนชิม
สมัยนี้เรากินร้านที่ได้ดาวมิชลิน หรือ เรากินตามที่ “อินฟลู” สายอาหารไป “รีวิว”
ตัวฉันเองก็เคยทำอะไรอย่างนั้น ด้วยถือตัวว่า “ฉันก็หนึ่งตองอู” ด้านอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเหนือ ฉันว่าฉันรู้จักมันดีไม่แพ้ใคร
หรือในบางขณะเราบังเกิดความหลงตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ว่าฉันคือผู้มีรสนิยมดี ฉันย่อมมีขีดความสามารถในการค้นพบร้านดีๆที่คนอื่นมองข้าม และช่วยไม่ได้จริงๆที่หลายๆร้านที่ฉันแนะนำก็เป็นร้านที่ดีและเป็นร้านอร่อยจริงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดมายาคติขึ้นมาหนึ่งชุดนั่นคือ
“ถ้าคำผกาแนะนำแปลว่าอร่อยจริง”
ประโยคที่บอกว่า “ถ้าคำผกาแนะนำแปลว่าอร่อยจริง” คือสัญญาณเตือนให้ฉันคิดว่าฉันต้องถอยออกมาทบทวนอีโก้ตัวเอง เพราะหลายๆครั้งร้านที่ฉันชอบไปกิน ฉันไม่ได้ไปเพราะว่ามันอร่อย แต่ฉันไปเพราะว่ามันถูก “จริต”
ในบางสถานการณ์ เราอยากไปร้านที่นั่งสบายแอร์เย็นฉ่ำ อาหารไม่ค่อยอร่อยก็ไม่เป็นไร
ในบางสถานการณ์เราไปกินร้านบางร้านเป็นประจำไม่ใช่เพราะมันอร่อยว้าวแต่เพราะมันสบายใจ มันลงตัว มันอร่อยพอดีๆ ไม่อร่อยเกินไป นั่งสบาย ราคาสมเหตุสมผล
คำผกาพาบริโภค จะเขียนถึงร้านขายอาหารที่อาจจะไม่ใช่ร้านที่อร่อย หรือแม้นว่าเป็นร้านที่อร่อยแต่ก็ไม่ได้ร้านที่ต้องดั้นด้นหรือพยายามมากิน
บางร้านอยากเขียนถึงเพราะอยากบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งเรามีร้านขายอาหารแบบนี้อยู่และในอนาคตมันอาจจะหายไป
เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวตาตี๋ ที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวตาตี๋ อยู่ที่ สันทรายมูล สันทราย เชียงใหม่ ไม่ไกลจากบ้านฉันเท่าไหร่ จายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปเนื้อแต่ใส่หมูสับ เป็นก๋วยเตี๋ยวชามโตๆขายเพียง 35 บาท
ร้านนี้น่าสนใจอย่างไร?
ใครเคยอยู่ต่างจังหวัด อยู่ในหมู่บ้านแบบชนบท นอกจากเรามีวัด โรงเรียน ป่าช้า สถานีอนามัยแล้ว สิ่งที่ต้องมีอย่างหน้อยหยึ่งหมู่บ้านหนึ่งร้านคือร้านขายของชำกับร้านก๋วยเตี๋ยว ในหลายกรณีร้านชำกับร้านก๋วยเตี๋ยวจะเ็นร้านเดียวกัน
ในหนังสือปฏิวัติที่ปลายลิ้นของชาติชาย มุกสง ระบุว่าในสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นมีนโยบายให้คนไทยปลูกผักสวนครัว ขายก๋วยเตี๋ยว และขายของชำ เพราะอยากให้คนไทยลุกขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการบ้าง รัฐบาลโดยกรมประชาสงเคาระห์ทำเอกสารสูตรก๋วยเตี๋ยวเพื่อขายเป็นอาชีพแจกประชาชน และยังสั่งให้นายอำเภอทุกอำเภอไปกระตุ้นให้เกิดร้านเกี๋ยวเตี๋ยวในทุกตำบล ทุกอำเภอ มีจัดเวิร์กชอ็ป สอนการททำก๋วยเตี๋ยวเพื่อขายเป็นอาชีพ
ฉันคิดว่า ร้านชำ ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านชนบทน่าจะเริ่มจากตรงนั้น จนวัฒนธรรมการกินก๋วยเตี๋ยวของคนไทยแพร่หลายมากขึ้น

สมัยฉันเด็กๆ จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวแบบนี้อยู่ใกล้ๆวัด ใกล้โรงเรียน เป็นก๋วยเตี๋ยวง่ายๆไม่ซับซ้อน น้ำซุปได้มาจากการต้มกระดูกหมูหรือกระดูกวัว ในหม้อที่ตั้งอยู่บนเตาฟืนที่ไฟลุกโชนตลอดเวลา และมีรสชาติของน้ำต้มลูกชิ้นที่ได้มาจากการโรงงานทำลูกชิ้น มีขายยกแกลลอนมาเลย น้ำต้มลูกชิ้นนี่แหละจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ
ร้านก๋วยเตี๋ยวตาตี๋ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์นี้ เขาต้มกระดูกข้อสะโพกชิ้นโตๆในหม้อ และถ้ากระดูเปื่อยได้ที่ เราสามารถสั่งกระดูกชิ้นโตนี้มาแคะกินไขกระดูกข้างในได้ด้วย (ร้านอาหารหรูๆในปัจจุบันก็มีการนำกระดูกข้อสะโพกมาผ่าครึ่งย่างแล้วเสิร์ฟให้ลูกค้าใช้ช้อนตักกินไขกระดูก)
ฉันแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวตาตี๋ ในบ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อนจัดและนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร ละแวกนั้นมีทั้งข้าวมันไก่มิชลิน ขนมจีนน้ำเงี้ยวเจ้าดัง ร้านข้าวแกงติดแอร์ สุดท้ายเราเลือกก๋วยเตี๋ยวที่ซุกอยู่ในซอย และลูกค้าน่าจะมีแต่คนที่รู้จักกัน
เดินเข้าไปหาที่นั่ง ทั้งร้านมีอยู่ 3 โต๊ะ โดยวิสัยคือว่างตรงไหน นั่งตรงนั้นเพราะอนุมานว่าทุกคนรู้จักกันหมด เวลาบ่ายโมง “ป้าต้อย” (ภรรยาตาตี๋) บอกว่า เส้นเล็กหมด เส้นใหญ่หมด เหลือแต่เส้นหมี่ขาว เนื้อสดหมด เนื้อเปื่อยหมด เหลือแต่หมูสับ
ผีหามมาถึงป่าช้าแล้ว ยังไงก็ต้องกิน เลยสั่งหมี่ขาวน้ำลูกชิ้น หมูสับน้ำหนึ่ง แห้งหนึ่ง เมื่อเอามาเสิร์ฟ เราได้หมี่ขาวน้ำทั้งสองชาม
ป้าก็หัวเราะ ส่วนเราก็สั่งแห้งมาใหม่อีกหนึ่งชาม
สักพักมีคนขี่มอร์เตอร์ไซค์มาถามจะกินเส้นเล็ก ป้าต้อยบอกว่าเส้นเล็กหมด ลูกค้าคนนั้นถามว่า
“จะเอาเส้นเล็กไหม เดี๋ยวขี่รถไปซื้อมาให้” ป้าต้อยบอกว่า
“ไม่เอา เอาเส้นมาก็ไม่มีของขาย เพราะอะไรๆก็หมดแล้ว”
ส่วนฉันก็นั่งขำ ไม่ได้เจอบรรยากาศแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว ลูกค้าคือเพื่อน ลูกค้าคือญาติ ของหมดเดี๋ยวออกไปซื้อให้
การมากินก๋วยเตี๋ยวจึงไม่ใช่แค่การกินก๋วยเตี๋ยว มันเหมือนการออกจากบ้านไปหาอะไรกินในที่ๆมี
“เพื่อน”
มันคือประจักษ์พยายานการมีอยู่ของชุมชน ของเครือญาติ ที่ไม่ได้แปลว่าอบอุ่นหรือใจดีต่อกันเสมอไป แต่อย่างน้อยฉันมั่นใจว่าคนเหล่านี้สะกดคำว่าเหงาไม่เป็น
น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวร้อนจี๋ เป็นก๋วยเตี๋ยวที่กินกับผักกาดขาวสดอันคนกรุงเทพฯจะงงๆ น้ำซุปหอมเนื้อหอมไขกระดูก ที่ร้านเสิร์ฟชาที่ต้มกับใบเตยหอมกรุ่น แต่แก้วล้างสะอาดหรือเปล่าก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาคิด
เป็นร้านที่ไม่มีใครถือสาว่าสั่งน้ำจะได้แห้ง สั่งเส้นหมี่จะได้เส้นใหญ่ จิตใจพร้อมจะหยวน พร้อมจะ “ช่างมัน”
กะอีแค่ก๋วยเตี๋ยว จะอะไรนักหนา
แล้วเราก็เห็นว่าสองลุง – ป้า ก็ทำกันจนมือเป็นระวิง
“อย่าถ่ายรูปนะ เดี๋ยวไม่ผ่านอย.”
ฉันเขียนถึงร้านขายอาหารบางร้าน ไม่ใช่เพราะอยากให้ไปลอง แต่เพราะอยากบันทึกไว้ว่า กาลครั้งหนึ่ง
เรามีวิถีชีวิตแบบนี้ เรากินก๋วยเตี๋ยวแบบนี้







Leave a Reply