หลังขบวนปัญญาชนเฮโลมายืนข้างแดง น่าจะช่วงชุมนุมใหญ่ปี 53 เราทบทวน ถกเถียง และรื้อถอนหลาย ๆ เรื่องกัน “จบ” ไปแล้ว

หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “พลังบริสุทธิ์”

เมื่อชาวบ้านเสื้อแดงถูกป้ายสีด้วยโวหาร “ถูกจ้างมา” ภายใต้ภาพอุดมคติเก่าเดิมที่ตกทอดมาจาก 14 ตุลา และ 6 ตุลา รวมถึงพฤษภา 35

นั่นคือผู้ชุมนุมต่อสู้ทางการเมืองต้องเป็น “พลังบริสุทธิ์” เป็นพลังคนหนุ่มสาว เป็นดอกไม้บาน เป็นนกพิราบขาวที่จะชี้นำมวลประชาสู่เสรี

แต่คนเสื้อแดงให้ภาพตรงกันข้าม พวกเขาคือตาสีตาสา ยายมายายมีจากบ้านนอก

ชาวบ้านไม่ได้มีเงินเข้าบัญชีทุกเดือน มันลางานไม่ได้ วันไหนไม่ทำงานก็คือไม่มีรายได้ การเดินทางเข้ามาปักหลักชุมนุมยืดเยื้อในเมืองหลวงมันก็ต้องกินต้องใช้ แล้วจะให้พวกเขาเอาเงินมาจากไหน

เราหลงเข้าใจว่า เราทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน “จบ” ไปแล้ว และเราได้ข้อสรุปกันแล้วว่า การลดทอนด้อยค่าผู้ชุมนุมให้เป็นมวลชนที่ถูกซื้อถูกจ้าง ไม่ใช่พลังบริสุทธิ์เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การ “ผ่านใบอนุญาตฆ่า” ในที่สุด

แต่เมื่อนักศึกษาออกมาต้านรัฐประหาร 57 วาทกรรม “พลังบริสุทธิ์” ก็ถูกฟื้นกลับมาอีก เราต้องกลับมาทะเลาะถกเถียงเรื่องนี้กันอีกครั้ง

เราเคยตั้งคำถามในเฟซบุกว่า “กลับมาโหยหาพลังบริสุทธิ์กันแบบนี้ คราวหน้าถ้าชาวบ้านออกไปชุมนุมอีก จะถูกฆ่าตายเหมือนเดิมไหม”

จำได้ว่ามีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งมาตอบว่า “ตายเหมือนเดิมแหละพี่”

เราเคยโพสต์ประกาศว่า ถ้าเพื่อนในลิสต์คนไหนขุดวาทกรรม “พลังบริสุทธิ์” ขึ้นมาใช้อีก เราจะอันเฟรนด์ แล้วเราก็ได้อันเฟรนด์เพื่อนปัญญาชนไปเยอะมากในช่วงนั้น

พอนักศึกษาถูกจับกุมดำเนินคดี พลังบริสุทธิ์ก็เบ่งบานเต็มขบวนการ สมศักดิ์เจียม ยังถึงกับขุดบทกวีแด่หนุ่มสาวยุคแสวงหา “แดดจะเผาผิวผ่องเธอหมองไหม้” ขึ้นมาบรรยายประกอบภาพนักศึกษาหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถลูกกรง

นักเขียนคนหนึ่งตั้งคำถามในเฟซบุกทำนองว่า พวกคุณทนกันอยู่ได้อย่างไร คนหนุ่มสาวถูกกระทำถึงเพียงนี้ จำคำพูดแน่ชัดไม่ได้ แต่เนื้อหาไม่ผิดไปจากนี้

เราอ่านแล้วก็ถามตัวเองในใจ ทำไมเราจะทนไม่ได้วะ ในเมื่อเราผ่านมันมาหมดแล้ว เราเห็นชาวบ้านหน้าดำหน้าหมองแดดถูกกระทำมายิ่งกว่านี้ หนักกว่านี้ เราเคยเจ็บ เคยร้องไห้ เคยตะโกนด่าทอประเทศบ้าบอนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

แล้วทำไมจะต้องเพิ่งมาทนไม่ได้ เมื่อพลังคนหนุ่มคนสาวอันแสนบริสุทธิ์ของพวกคุณถูกกระทำ

ยังมีปฏิกิริยาของเหล่าปัญญาชน นักคิดนักเขียน นักวิชาการอีกหลาย ๆ คน ที่ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า “ทำไมพวกคุณเพิ่งมาทนไม่ได้เอาตอนนี้วะ” ขณะที่ผ่านมา เราแทบจะต้องขอร้องกราบกรานกันเลยว่า “ให้มองคนเสื้อแดงเป็นมนุษย์บ้าง”

คำพูดที่เราตอบตัวเองได้ในขณะนั้นคือ “ขอโทษด้วยที่ไม่ค่อยอิน”

เรื่องก็มีแค่นี้ ไม่ได้มีปมส่วนตัวอะไรถึงได้เอาเรื่องเอาราวกับคนพวกนั้นไม่จบไม่สิ้น

หลังจากนั้นเราก็ยอมแพ้ และพยายามทำใจให้เป็นหิน

ต่อมาเมื่อเห็นวลีโฆษณาหาเสียงทำนอง “หัวคะแนนธรรมชาติ” หรือ “เสียงบริสุทธิ์” เราก็ได้แต่ยักไหล่

แล้วถึงวันนี้มันก็กลับมาเป็นชาดกเลย “การเมืองคนดีย์”

หมายเหตุ ภาพนี้เป็นช่วงชุมุนมปี 53 เรากับเพื่อนและกลุ่มนักกิจกรรมอื่น ๆ จัดกิจกรรมต้อนรับคนเสื้อแดงที่ทยอยเดินทางเข้ามาปักหลักชุมนุมในเดือนมีนาคม 2553 ชื่อกิจกรรม “คนกรุงเทพฯ ยินดีต้อนรับคนเสื้อแดง” แต่เหลียวมองหน้ากันแล้ว ไม่มีใครเป็นชาวบางกอกแท้เลย (ชาดก แปลว่า คอลเลกชันค่ะ)

Leave a Reply

Trending

Discover more from Sit Beautiful

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading