ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับคำว่า Grand compromise ที่มติชนใช้ เพราะกองเชียร์เพื่อไทยส่วนใหญ่มีความเข้าใจการเมืองระบบรัฐสภาและอำนาจแฝงที่อยู่ในการเมืองไทยมาพอสมควร แต่คำที่คิดว่าเราน่าจะตั้งคำถามและเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากกว่าคือ Cover headlines “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ”
ซึ่งตำแหน่งแห่งที่หนึ่งเป็นฝันแบบ ราชาชาตินิยม ในขณะที่อีกด้านสื่อถึงฝันของราษฎรที่ถูกกดทับมาอย่างยาวนาน
เมื่อมาผนวกเข้ากับคำว่า Grand compromise และรูปหน้าของธนาธรโคลสอัพเต็มปก
คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือมติชนต้องการบอกอะไรกับคนอ่าน?
ธนาธรจะ compromise กับอำนาจนำผู้ออกใบอนุญาตที่ 2 (ตามที่ปิยบุตรเคยนิยามไว้) หรือ compromise กับใคร?
ก็ออกจะน่าขบขันสักหน่อยที่สื่อกระแสหลักพร้อมจะยกย่องการ compromise ของคนที่เขาชอบ ว่าเป็น “grand compromise” ฟังดูหรูหรา โรแมนติก เหมือนภาพฝัน แต่พอเพื่อไทย compromise จริง ๆ คือยอมเข้าร่วมรัฐบาลกับขั้วที่เคยเป็นศัตรูการเมือง กลับถูกประณามว่า “ตระบัดสัตย์ ข้ามขั้ว” แบบไม่มีพื้นที่ให้ตีความ
พูดง่าย ๆ คือ compromise ของธนาธร = ความฝัน บันได 3 ขั้น 8 ประตู 20 กลยุทธ์สู่ทางออก
แต่ compromise ของเพื่อไทย = การทรยศต่อประชาชน
แล้วถามหน่อย อะไรต่างกัน?
หรือจริง ๆ แล้วมันต่างกันตรงที่ “ใครทำ” ไม่ใช่ “ทำอะไร”
ใครถูกมองว่าเป็น “ตัวแทนความหวัง” ก็ทำอะไรก็เรียกว่าประนีประนอมเพื่ออนาคต แต่ใครถูกปักป้ายว่า “การเมืองเก่า” ก็จะโดนด่าเป็น “การหักหลังประชาชน” ต่อให้เจตนาหรือเงื่อนไขมันจะคล้ายกันก็ตาม
เมื่อเพื่อไทยถูกตราหน้าว่า “ข้ามขั้ว” แต่สิ่งที่ มติชน เสนอผ่านปกนี้ก็คือการ “ข้ามขั้ว” หรือ “สยบยอม” หรือไปให้สุดจินตนาการคือการถูกบีบบังคับให้ต้อง “กราบ” เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่เปลี่ยนคำเรียกจาก “ตระบัดสัตย์” ให้กลายเป็น “grand compromise” ที่ฟังดูดีขึ้น
สุดท้าย compromise ก็คือ compromise ไม่ว่ามันจะถูกเล่าให้เป็นภาพฝัน หรือเป็นคำสาปทางการเมือง ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่า ใครเป็นพระเอก ใครเป็นผู้ร้ายในสายตาสังคมและสื่อ
สิ่งที่เราเฝ้ารอมาตลอดตั้งแต่ปกนี้ถูกเผยแพร่ออกมาคือ นักวิเคราะห์ นักวิชาการ ที่เคยวิจารณ์ท่าทีของเพื่อไทยอย่างหนักหน่วงรุนแรงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จะมีคำวิจารณ์ต่อการ compromise ภายใต้สโลแกน “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ” นี้อย่างไร






Leave a Reply