ขอตั้งคำถาม “บาดใจ” และอาจ “ผิดบาป” สำหรับบางใครบางคน
“ทุกข์ของชาวบ้านนอกคุก” กับ “ทุกข์ของนักต่อสู้ในเรือนจำ” มันเทียบกันไม่ได้ใช่ไหม
เราตั้งคำถามบนความเข้าใจดีว่า ต่อให้ลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็นอย่างไร ก็ยังดีกว่าสิ้นไร้อิสรภาพ
แต่คำถามของเราคือ ชาวบ้าน “นอกคุก” มีอิสรภาพจริงหรือไม่
บางคน “ติดคุกป่วยไข้” นอนจมอยู่บนเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แทบไม่มีคนดูแล
บางคน “ติดคุกความจน” วิ่งหมุนหนี้นอกหนี้ในจนแทบไม่ได้เงยหน้า
บางคนหากินไม่พอปาก อด ๆ อยาก ๆ ชีวิตสักแต่ได้กินอาหารชั้นเลวเพื่อหายใจไปวัน ๆ ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหน ไม่เคยได้พักผ่อนหย่อนใจ ไม่เคยได้ไปนั่งร้านกาแฟสวย ๆ พูดคุยหัวเราะกับเพื่อนฝูง บางคนแค่กาแฟซองชั้นเลวที่คนในคุกดูแคลน ยังไม่มีปัญญาได้กินทุกวัน
ชีวิตพวกคุณไม่เคยรู้จักคนแบบนี้บ้างเลยหรือ คนที่มันมีชีวิตเพียงเพื่อตื่นมาถามตัวเองว่า วันนี้มีอะไรต้องจ่ายบ้าง และจะหาเงินได้จากที่ไหน จากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งเพื่อฝ่าแต่ละตัวเลขไปให้ได้ เหมือนออกรบในสงคราม กว่าจะหมดแต่ละวัน
เราเข้าใจเรื่องการต่อสู้ เรื่องอุดมการณ์ เรื่อง “ใจกลาง” ของปัญหา และเข้าใจว่าต้องทำ
“วิธีการ” ต่างหากที่เราตั้งคำถาม วิธีที่เรียกร้องจากคนอื่นสูง ในสภาพที่ชาวบ้านร้านตลาดต่างก็อดต่างก็หิว แต่ละคนต่างมีสงครามของตัวเอง มันควรต้องทบทวนกันบ้างไหม
ทบทวนกันไม่ได้ วิเคราะห์กันไม่ได้ ต้องเห็นเหมือน ๆ กัน ไม่งั้นตกขบวน เราถึงได้บอกว่าปัญญาชนใหญ่ประเทศนี้มัน “กระจอก” ไง
แต่ก็นั่นแหละ ใครเลือกจะวิ่งชนประตูคุก เราก็ต้องพูดว่า “เคารพการตัดสินใจ” สร้างวัฒนธรรมแบบไม่มีใครกล้าพูดเป็นอื่น คนพยายามพูดก็ถูกชี้หน้า “ขี้ขลาดก็ถอยไป” แต่พอเดือดร้อนก็กลับมาชี้หน้าลากคอคนที่ไม่เคยเห็นด้วยกับแนวทางนั้นมา “รับบาป” เป็นกระโถนท้องพระโรง
เพื่อนติดคุกไม่มีใครยินดี แต่ที่พวกเขาต้องลุกขึ้นมาพูด ก็เพราะพวกคุณชี้หน้าพวกเขาไม่จบไม่สิ้น — ไม่ใช่หรือ
เรามีคำถามว่า ถ้าพวกคุณเห็นว่า ภารกิจเปิดประตูคุกให้เพื่อน มันสำคัญและเร่งด่วนมากจริงอย่างที่ชี้หน้าเพื่อไทยมาตลอดว่าขี้ขลาดตาขาวไม่กล้าทำ ทำไมพวกคุณไม่ร่วมรัฐบาล แล้วไปนั่งว่าการกระทรวงยุติธรรม หาทางเปิดประตูคุกให้เพื่อน
แต่ดันไปโหวตพรรคที่ยืนยันเสียงแข็งมาตลอดว่า 112 เป็นเรื่องของพวกหาเรื่องใส่ตัวเอง
สำหรับเรา การปลดปล่อยคนนอกคุก “ออกจากคุกความจน” เป็นวาระสำคัญและเร่งด่วน ไม่แพ้การเปิดประตูคุกให้นักโทษการเมือง
เวลาแย้งว่า แนวทางนั้นไม่มีวันสำเร็จ และรังแต่จะทำให้ชาวบ้าน “เสียเวลา” ทำให้ “ขบวนการอ่อนแอ” ก็ไม่เคยฟัง
คนนอกคุกกี่ล้านคนจะติดคุกความจนก็ช่างหัวมัน ชีวิตชาวบ้านร้านตลาดมันไม่ “แพง” เท่าชีวิตปัญญาชนนักต่อสู้???
เพิ่มเติม — ตกไปประเด็นหนึ่งซึ่งสำคัญมาก คือการประเมินตัวเองสูง ประเมินว่าถ้าปัญญาชนนักต่อสู้ติดคุก คนข้างนอกจะลุกฮือ ซึ่งไม่เคยเป็นจริง






Leave a Reply