เรื่องของเรื่องคือ คำ ผกา ชวนมากินข้าวที่บ้านสันคะยอม ตอนนั้นเราอยู่ที่บ้านเทพสถิตย์ หลัง ม.ช. สันคะยอมเป็นสถานที่ที่นึกภาพไม่ออก ฟังดูไกล แต่ขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงบ้านคำ ผกา แล้วก็ตื่นเต้นว่าทำไมใกล้เมืองแบบนี้ ตอนนั้นกำลังหาที่สร้างบ้านอยู่ หลังจากอาหารมื้อนั้นมาถึงวันนี้…ผ่านมา 20 ปีแล้ว

ผู้ใหญ่ที่นับถือมากคนหนึ่ง บอกเราไว้ว่า ถ้าจะอยู่ที่ไหน ให้ไปยืนอยู่ตรงนั้น แล้วลองอยู่นิ่งๆ สัมผัสกับสรรพสิ่ง ฟังเสียงท้องฟ้า สายลม แสงแดด ว่าคุยกับเรารู้เรื่องไหม วันแรกที่มาดูที่บ้านนี้ คือการเดินมุดพงหญ้าเข้ามาดู เจ้าของที่บอกว่าโฉนดทางเข้าอยู่ตรงนี้

ที่ชี้ไปนั้นคือ ระยะแค่ 2.65 ม. ตามในโฉนด ทางเข้าบ้านกว้าง 2.65 เมตร !!! ทอดยาวเป็นถนนความยาว 37.5 เมตร เข้าไปถึงส่วนพื้นที่ 130 ตารางวา เราเดินเข้าไปหยุดยืนตรงนั้น มีสายลมพัดมาเบาๆ ท่ามกลางต้นไม้รกครึ้ม ด้านหนึ่งเป็นที่โล่ง อีกด้านเป็นผืนนาประมาณ 5 ไร่

ก่อนออกจากที่ตรงนั้น ก็ได้ยกมือไหว้เจ้าที่อธิษฐาน ขอให้ได้มาอยู่ดีๆ แล้วก็ได้ซื้อที่ดินผืนนี้จริงๆ

บ้านสันคะยอม เป็นรังนอนของชีวิต เป็นที่ทำงาน เป็นจุดเริ่มต้นของ “กาดสันคะยอม ออนไลน์” ที่ชาวบ้านบอกว่า เป็นกาดในโทรศัพท์ เป็นบ้านที่ช่างภาพอย่างเราเก็บดาวเก็บเดือนถ่ายภาพ ขึ้นขายใน Stock Photo มีรายได้เป็น Passive Income เป็นเรื่องราวของท้องฟ้า ทุ่งนา สัตว์น้อยใหญ่ ผู้คน ชีวิต และอีกหลายๆ อย่าง ที่จะค่อยๆ นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ไม่ได้เขียนหนังสือมานานมาก เมื่อได้รับเทียบเชิญจากคำ ผกา ให้พื้นที่ปล่อยของ ก็เลยลองดู สารภาพว่ามือฝืดมากๆ คลังคำ คลังความคิด หายไปเยอะเลย

พญาอินทรีย์ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยสอนเราว่า ถ้าเขียนงานไม่ออก ให้พิมพ์ประโยคแรกที่เป็นจริงที่สุดของเวลานั้นออกมา แล้วที่เหลือจะตามออกมาเอง แต่พญาอินทรีย์ไม่เคยสอนว่า แม้ชีวิตแกจะมีทางไป แต่ถ้าวางปากกามาสิบกว่าปี กลับมาเขียนงานชิ้นแรกก็จะหาทางลงได้ยากแบบนี้แหละ

ฝากร้านเลยแล้วกัน 555 https://shop.line.me/@kadsankayorm

Leave a Reply

Trending

Discover more from Sit Beautiful

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading