พี่โอ๋บอกว่ามีร้านโซบะกลางทุ่งนาที่สันกำแพง อยากรู้ว่าแขกไปแล้วจะชอบหรือเปล่า พอพี่โอ๋เอารูปให้ดูก็กรี๊ดเลย เป็นกลิ่นอายของร้านอาหารญี่ปุ่นที่เอิบอาบอยู่ในความเป็น “คนเมือง”  เหมือนกินโซบะอยู่บนเถียงนากลางทุ่งข้าวเขียวขจี

รู้จักร้านนี้ได้อย่างไร? พี่โอ๋บอกว่ารู้จักจากติ๊กต็อก สิ่งนี้คือประจักษ์พยานว่าคนรุ่นเราจะไม่ใช่ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้นำเทรนด์อีกต่อไป แต่เราต้องมาคอยตามเทรนด์จากติ๊กต็อกแทน ทั้งนี้พี่โอ๋กับเพื่อนมิกก็แอบพนันกันเล็กๆว่า “เธอว่าแขกจะชอบไหม?” เพราะทั้งคู่รู้ฤทธิ์เดชของ “พี่แขก” เป็นอย่างดีว่า ช่างติ เรื่องมาก ติในเรื่องที่หลายคนอาจจะมองว่าไม่เป็นเรื่อง และหลายครั้งไม่เกี่ยวกับรสชาติ ความ “สาละวีก แปลว่า ประสาทแดก” ของแขกในการสแกนร้านคือชอบดูการจัดระบบลอจิสติกส์ของแต่ละร้าน ถ้าร้านไหนมีการจัดวาง สร้าง flow ของร้านอย่างสมเหตุสมผล ร้านนั้นมีชัยไปกว่าครึ่งเพราะมันสะท้อนความใส่ใจ มันสะท้อนถึงความไม่ฉาบฉวย มันสะท้อนว่า ไม่ได้เปิดร้านแค่แก้เหงา

ทั้งนี้ต้องย้ำว่า flow  ของร้านที่ดีไม่เท่ากับความเป็นระเบียบเป๊ะๆด้วยนะ บางร้านรกรุงรังมากแต่สะอาดและเรารู้เลยว่าท่ามกลางความรกรุงรังนี้มันมีไวยากรณ์ที่มีแต่เจ้าของร้านหรือคนที่ยืนปรุงอาหารอยู่ตรงหน้าเตาเท่านั้นที่เข้าใจ 

มีอยู่ครั้งหนึ่งเราต้องไปถ่ายงานกันที่พัทยา น้องๆ ก็ยกให้พี่แขกเป็นคนเลือกร้านอาหารที่เราจะไปกินกัน แขกซึ่งไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับพัทยาก็ต้องอาศัยกูเกิล แต่การหาข้อมูลจากกูเกิล เราจะไม่เจอร้านที่อร่อยจริงๆ จะเจอร้านที่แมส ร้านที่กระแส ร้านที่จ่ายแอด แขกก็เลยสมมุติชื่อร้านขึ้นมาเองแบบไม่ต้องสนใจว่าร้านนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

คำที่สมมุติขึ้นมาคือ “ร้านบ้านนายดำ” แล้วกูเกิลก็จัดการหาร้านที่มีชื่อใกล้เคียงมาให้คือร้าน “ครัวนายบ้าน” ฉันเข้าไปดูรูปอาหารแล้วก็ตัดสินใจเลือกร้านนี้ทันที “ตัวชี้วัด” ที่ใช้คือ กระดานไวท์บอร์ดที่เขียนว่า วัตถุดิบของวันนี้ นั่นแปลว่าร้านนี้ใช้ของสดทุกวัน และตัวชี้วัดอีกหนึ่งอย่างที่ฉันเลือกคือ ร้านใช้จายเมลามีนสีขาว กับ ขาวขอบน้ำเงิน มันสะท้อนว่า ในสเกลร้านขนาดกลางมีวิธีคิดที่เน้นการใช้งานจริงของวัสดุ เมลามีน ปลอดภัย น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย การเลือกใช้สีขาว ไม่ใช่ ชมพูกับฟ้า แสดงว่าเจ้าของร้านคิดมาดีแล้วมีรสนิยม

แล้วพอไปกินก็อร่อยมากจริง อร่อยแบบแสงพุ่งออกปาก น้องๆก็ทึ่งกับวิธีหาตัวชี้วัดร้านอร่อยของพี่แขกกันใหญ่

สำหรับแขกการกินข้าวนอกบ้าน แขกไม่หลักการในการเลือกง่ายๆ ว่า ถ้าร้านหรูร้านแพงก็ให้คะแนนตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น แต่ถ้าร้านบ้านๆ แขกจะดูภาพรวมก่อนแล้วรสชาติให้คะแนนตามเงื่อนไขของร้าน เช่น บางร้านราคากลางๆ แต่ร้านนั่งสบายไม่อึดอัด ระบายอากาศดี บริการเป็นกันเอง ยิ้มแย้ม แค่นี้ก็ชนะแล้วค่ะ บางร้านต่อให้อร่อยแค่ไหนหากร้านนั่งแล้วอึดอัด ร้อน หายใจไม่ออก อากาศไม่ถ่ายเทก็ต้องขอยอมแพ้

วกกลับมาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นกลางทุ่งของเรา ชื่อร้าน “คามิมุระโซบะ”  อยู่ที่อำเภอสันกำแพงทางไปแม่ออน อย่าถามฉันเลยว่าไปอย่างไร จงถามกูเกิลแมพ เพราะจำได้แต่ถนนสวยๆขนาบด้วยทุ่งนาเขียวขจี มีภูเขาล้อมรอบ ระหว่างทางก็กรี๊ดกร๊าดว่า

“เออ เชียงใหม่เหมือนบ้านนอกของญี่ปุ่นจริงนะ”

ทุ่งนา ภูเขา ลำธาร ฟ้าใสๆ ดูยังไงก็ญี่ปุ่น เสียดายแต่คนบ้านเราชอบสร้างบ้านเรือน หรือตัดสินใจทำอาคารสถานที่แบบไม่ให้เกียรติสีทองท้องฟ้า สายลมเย็นๆ หรือลำเหมืองเล็กๆที่ไหลรินล้อมหมู่บ้านเอาไว้เลย นึกอยากจะทำบ้านทรงไหนก็ทำ นึกอยากจะเปิดอู่เคาะพ่นสีตรงจุดที่วิวสวยที่สุดก็ทำเลย นึกอยากจะทำคฤหาสถ์อลังการกลางทุ่งนา ประตูอัลลอยด์สีทองก็ทำทันที

ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าระหว่างทางที่จะไปร้านนั้นรื่นรมย์อย่างยิ่ง ฉันขอแวะลงไปถ่ายรูปกับทุ่งนาจนพี่โอ๋งงว่า มึงจะชอบถ่ายรูปอวดชาวบ้านไปถึงไหน

จนเมื่อขับรถมาถึงทางเข้าร้านมีป้ายไม้เล็กๆ เขียนเป็นตัวคันจิว่า 神村そば ถนนเข้าร้านคือทางไปสู่ทุ่งนา ด้านซ้ายมือเป็นรั้วไม่ไผ่ปลูกเสาวรสเลื้อยไปตามยถากรรม

แล้วมันก็สวยมาก

พี่โอ๋เล่าให้ฟังว่า พี่เจ้าของเป็นคนที่สันกำแพงแต่งงานกับคนญี่ปุ่น แล้วย้ายกลับมาอยู่บ้าน ลูกเรียนจบสถาปัตย์ มาทำสตูดิโอสถาปัตย์ชื่อ “ยางนาสตูดิโอ”  ฉันก็เข้าใจว่า อ่อ ร้านมีความกล้าหาญในแบบที่สถาปนิกพึงมีนั่นเอง

ร้านคามิมุระโซบะ เป็นศาลาไม้ง่ายๆ ดิบๆ อยู่กลางทุ่ง ต้องถอดรองเท้าขึ้นไป พื้นปูด้วย “สาดแหย่ง” หรือเสื่อที่ทอด้วยผิวไม้ไผ่หยาบๆ โต๊ะ เก้าอี้ดิบๆ มีคูลเลอร์น้ำเย็น แก้วน้ำใสแจ๋วให้บริการตัวเอง  ไม่มีการประดับตกแต่งใดๆทั้งสิ้น และคงพลังงานของบ้านชาวล้านนาเอาไว้ด้วยการมีรูปพระเกจิฯ เล็กๆ แบบที่เราเห็นตามฝาบ้านเราๆท่านๆ

เมนูอาหารมีไม่กี่อย่าง นั่นคือ ทงคัตสึ เทมปุระ ไก่คาราอาเกะ ยากิโซบะ ซารุโซบะกับเทมปุระ และข้าวแกงกะหรี่กับทงคัตสึ

อาหารราคาเป็นมิตรที่สุดนั่นคือ 159 บาท เซ็ทใหญ่ ข้าว ผักดอก ผักสด ซุป กุ้งตัวโตๆทอด

ที่นี่ไม่ใช่อาหารของเชฟ แต่เป็นอาหารที่แม่ทำให้ลูกกินนั่นแหละ ง่ายๆ ไม่มีจริตบิดพลิ้วใดๆ อิ่มอร่อยไปกับวิวทุ่งนาเขียวขจี แม่ๆ ป้าๆ สาม-สี่คนช่วยกันเสิร์ฟ ช่วยกันเก็บ ช่วยกันล้าง ช่วยกันทอด

ถ้าไปช่วงบ่ายสามอย่างที่ฉันไปก็จะนั่งทอดเวลาได้ ไม่ต้องรีบกินรีบลุกเพราะลูกค้าคนอื่นรอ  แต่ของหลายๆอย่างอาจจะหมด

กินเสร็จ เดินเล่นกลางทุ่ง เดินดูโรงงานทำไม้แป้นเกล็ดที่ใช้มุงหลังคา ลุงนั่งทำตามลำพังแบบต่อนยอน ทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก งานไม้แบบวิถีเซ็นโดยไม่ต้องสะกดคำว่าเซ็น ความสงบมันอยู่ในจังหวะของการเคลื่อนไหว ทำงานในชีวิตประจำวันนั่นแหละ

กลับจากเดินเล่น แม่ๆ ป้าๆ ซามือจากลูกค้าก็นั่งล้อมวงกินข้าว ในสำรับมี ส้ามะเขือ (ยำมะเขือเปราะ) ใส่แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม หน่อต้ม ข้าวเหนียว ท่ามกลางกลิ่นทงคัตสึและน้ำทซุยุของโซบะ และบ้านไม้ที่มีต้นโกสนกับดาวเรืองอยู่หน้าบ้านตามไวยากรณ์บ้าน “คนเมือง” เป๊ะ

ความเกียวโต ความสันกำแพง เส้นแบ่งมันบางมากจริงๆนะ

Leave a Reply

Trending

Discover more from Sit Beautiful

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading