ฉันรู้จัก “กาดฮ่อ” จากเพื่อนคนกรุงเทพฯ ไม่แน่ใจว่าเป็นเอ็นจีโอหรือเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาหรือเธอนี่แหละถามฉันว่า “แขกเคยไปกาดฮ่อไหม มันสนุกมากเลยนะ เหมือนไม่ใช่เมืองไทย เป็นตลาดนัดที่ชาวจีนฮ่อเอาของแปลกๆ มาขาย มีเฉพาะวันศุกร์ที่หน้ามัสยิดไนท์บาร์ซาร์ แล้วต้องไปแต่เช้า สิบเอ็ดโมงก็ไม่มีของขายแล้ว”
นั่นคือบทสนทนาเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว และเป็นบทสนทนาที่ทำให้ฉันไปเยือน “กาดฮ่อ” ครั้งแรก

ไปถึงก็ตื่นตาตื่นใจเลย และเหมือนที่เพื่อนบอกนั่นแหละ เมื่อเราหลุดเข้าไปในกาดฮ่อก็เหมือนหลุดไปอยู่ในอีกประเทศหนึ่งที่ไม่ใช่เมืองไทย ที่ไม่ใช่เชียงใหม่ พ่อค้าแม่ค้าเกือบทุกคนพูดภาษาที่เราไม่แน่ใจว่าเป็นภาษาจีนหรือเปล่า ของที่ขายคือพืชผักหน้าตาแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็น ตั้งแต่ยอดถั่วลันเตาอ่อนๆ ปวยเล้ง รากหอมชู โอชุ่น ผักกาดเขียวต้นใหญ่ๆ ที่ “คนเมือง” อย่างฉันเรียกว่า ผักกาดแม้ว
มีเต้าหู้หลากหลายกว่าที่เห็นในตลาดทั่วไป ยอดซาโยเต้หรือฟักแม้ว มะเขือเทศหลากสี ผักดองหลายสิบชนิดคล้ายกิมจิของเกาหลี มีบุกในรูปของคอนยาคุใส่พริกขายในกาละมังใหญ่ๆ
มีข้าวปุกงาย่างเตาถ่านหอมๆ สมัยนี้เรียกกันว่า “โมจิ” เพราะมันคือข้าวเหนียวนึ่งแล้วนำมาโขลกจนเหนียวหนึบเหมือนโมจิญี่ปุ่นนั่นแหละ (และโมจิในภาษาญี่ปุ่นก็หมายถึงข้าวเหนียว)
โซนเนื้อสัตว์ยิ่งตื่นตาตื่นใจ มีแพะทั้งตัวชำแหละแขวนโชว์ แผงขายเนื้อ โซนไก่บ้าน ไก่ดำ มากันเป็นเข่งๆ และขายแบบตัวเป็นๆ แบบซื้อไปฆ่าเองที่บ้าน ไหนจะแฮมยูนนาน เนื้อรมควัน หมูรมควัน เกี๊ยวซ่า หมูและเนื้อน้ำค้าง ไส้กรอก
มันสนุก ตื่นตาตื่นใจเหมือนที่เพื่อนโฆษณาไว้จริงๆ






ฉันซึ่งเป็นคนเชียงใหม่แต่กำเนิดรู้จักกาดฮ่อเพราะคนกรุงเทพฯ แนะนำ เรื่องนี้บอกอะไรกับเรา?
มันบอกเราว่าเชียงใหม่กว้างใหญ่ไพศาลและหลากหลายเกินกว่าที่เราจะเหมารวมว่า เชียงใหม่เท่ากับเชียงใหม่
ฉันมั่นใจว่าคนสันทรายจำนวนมากไม่เคยเห็นเมืองฝาง เท่าๆ กับที่คนเมืองฝางจำนวนหนึ่งไม่เคยเห็นดอยเต่า อย่าว่าแต่คนฝางเลย ฉันคนสันทรายก็ยังไม่เคยไปดอยเต่า คนอำเภอดอยหล่ออาจจะไม่เคยไปเวียงแหง ฉันใดก็ฉันนั้น เชียงใหม่มีหน่วยย่อยของเมืองที่มีความเป็นเฉพาะถิ่นเกินกว่าจะโกยมากองรวมกันเป็นภาพน้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ข้าวเหนียว
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสันทรายอย่างฉันหรือแม้แต่แม่ของฉันและเพื่อนบ้านชาวสันคะยอมเกือบทุกคนจะไม่รู้จักกาดฮ่อ
แล้วฮ่อคือใคร?
ฮ่อ คือคนจีนยูนนานที่มาตั้งรกรากอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งจีนฮ่อที่เป็นชาวพุทธ และ จีนฮ่อที่เป็นมุสลิม

กาดบ้านฮ่อตั้งอยู่ตรงกันข้ามมัสยิดบ้านฮ่อ ถนนเจริญประเทศ ซอย 1 บนที่ดินและเป็นที่ตั้งของบ้านของ เจิ้งซ่งหลิ่ง หากเราไปเที่ยวกาดบ้านฮ่อ เราจะเห็นบ้านไม้หลังนี้เป็นแลนด์มาร์คสะดุดตาทั้งความสมบูรณ์แบบของบ้านและความมีชีวิตชีวาบางอย่างทำให้เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่บ้านร้างๆทั้งๆที่ “ร้าง” ไปนานแล้ว
เจิ้งซ่งหลิ่ง คือต้นตระกูล “วงศ์ลือเกียรติ” เขาคือพ่อค้าชาวจีนยูนนาน ที่พาคาราวานม้าเดินทางมาจากยูนนาน ผ่านสิบสองปันนา ผ่านเชียงตุง จนมาถึงเชียงใหม่ และมีผู้ร่วมในกองคาราวานนั้นกว่าร้อยชีวิต
เชียงใหม่ เชียงราย เชียงตุง พบพระ สิบสองปันนา ยูนนาน คือเส้นทางการค้าภาคพื้นทวีปที่สำคัญ เรารู้จักกันในนามของคาราวานการค้าวัวต่างม้าต่าง คำว่า “ต่าง” แปลว่า แบกไว้บนหลัง นั่นแปลว่ากองคาราวานเหล่านี้นำสินค้า “ต่าง” มาบนหลังวัว ม้า และ ฬ่อ
เจิ้งซ่งหลิง มาลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำการค้าจนร่ำรวย และเขาคือคนที่บริจาคที่ดินกว่าร้อยไร่ให้รัชกาลที่ 6 เพื่อสร้างสนามบินเชียงใหม่ จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ว่า “ขุนชวงเลียงฦาเกียรติ” ส่วนนามสกุล วงศ์ลือเกียรตินั้น เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าครองนครเชียงใหม่เป็นคนตั้งให้ ตามประวัติ เจิ้งซ่งหลิง ได้พาภรรยาและลูกจากเมืองจีนมาอยู่ที่เชียงใหม่ในภายหลังและใช้นามสกุล “เจนกตระกูล”
นี่คือประวัติของ “บ้านฮ่อ” อันเป็นที่ตั้งของกาดบ้านฮ่อ
ชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อปัจจุบันมีศูนย์กลางที่มัสยิดบ้านฮ่อ (ข้างๆ คือร้านข้าวซอยอิสลามอันลือชื่อ) และ มัสยิด อัลตักวา ที่อยู่ตรงกันข้ามกับร้านข้าวซอยป้าไพ ที่ฉันไปกินอยู่เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ฉันเคยเล่าให้แม่ฟังเรื่องกาดบ้านฮ่อ แม่ก็ทำหน้าเบื่อๆ (เบื่อความไม่รู้ของฉัน) ทำนองว่าเธอตื่นเต้นอะไร ตาของเธอน่ะ เขาโตมาในบ้านหลังนั้นนะ

“หา อะไรนะ บ้านไม้สวยๆหลังนั้นน่ะนะ”
“ใช่ ตาเป็นลูกจ้างอยู่กับบ้านนั้นแหละ ตาถึงรู้เรื่องการค้าขายเก่งกว่าคนเมืองทั่วๆไปไง และตาก็ชอบอาหารจีน ทำอาหารจีนเก่งด้วย”
เอาเป็นว่าฉันเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ตรงนี้ไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าแม่จำข้อมูลมาถูกต้องหรือเปล่า และตาก็ตายไปแล้ว จำได้เลาๆ ว่าตาชอบเล่าเรื่องการเดินทางกับกองคาราวานม้าต่าง วัวต่างในสมัยที่เขายังหนุ่ม พร้อมโชว์รอยสักทั้งตัว ที่เราต้องระวังว่าเป็นเรื่องโม้เสียครึ่งหนึ่งหรือไม่
เอาเป็นว่า เชียงใหม่คือเมืองแห่งความจีน แขก มุสลิม ฮ่อ ขมุ พม่า ไทใหญ่ ในความจีนก็มีทั้งจีนแต้จิ๋ว จีนแคะ จีนยูนนาน ทุกวันนี้ ฝาง เวียงแหง ก็คือเมืองแห่งสหประชาชาติ ผู้คนพูดได้สามภาษา สี่ภาษา เป็นเรื่องปกติ ไม่นับชุมชนคนอินเดียที่หลากหลาย ทำให้เมืองมีเสน่ห์น่าค้นหาไม่รู้จบ
ปัจจุบันนี้ “บ้านฮ่อ” ถูกขายไปแล้ว ในอนาคตน่าจะเป็นโรงแรมหรืออะไร เราก็เฝ้าดู ที่สำคัญบ้านไม้แสนสวยหลังนั้นจะได้รับการบูรณะอย่างไร ภาวนาให้ออกมาสวยสมสง่าราศรีประวัติศาสตร์ของเมือง
กาดบ้านฮ่อ ย้ายมาทำการที่ท่าแพ ซอย 1
ฉันกับพี่โอ๋ กาดสันคะยอมเพิ่งไปเยี่ยมเยียนมา เสน่ห์แบบเดิมหายไปเยอะ พ่อค้าแม่ค้าหน้าเดิมเหลือไม่ถึงครึ่งแต่มีร้านค้าของชาวพม่า ไทใหญ่ และจีนอพยพระลอกใหม่มาเติม เกษตรกรจากดอยนั้นดอยนี้นำผัก ผลผลิตทางการเกษตรมาขายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเราแยกไม่ออกว่าผักไหนปลูกบนดอยบ้านเรา ผักไหนลงท่าเรือเชียงแสนมาจากเมืองจีน หรือผักไหนมาจากตลาดสี่มุมเมืองกันแน่?

ความเป็น “ฮ่อ” ยังหลงเหลืออยู่ในรูปของ หมูน้ำค้าง เนื้อน้ำค้าง แฮมยูนนาน ผักดอง เต้าหู้โฮมเมดแสนอร่อย ไก่ดำ แผงขายเนื้อวัว เนื้อแพะ และ ภาษาต่างประเทศเซ็งแซ่ในตลาดที่ให้ความรู้สึก exotic อยู่ในบ้านของตัวเอง
ฉันกับพี่โอ๋ ก็ยังชอบไปเดินตลาด ไปกินข้าวปุกงาจี่เตาถ่าน ไปกินกาแฟสดในร้านเคลื่อนที่ให้บรรยากาศเป็น flea market ในยุโรป ที่ออกจะเฉอะแฉะ ขรุขระ ไปซื้อบะหมี่ไข่ทำสดๆ ไปกินขนมร้านคนไต้หวัน ไปหาซื้อถั่วหลากหลายชนิดอันเป็นมรดกตกค้างของความเป็นพม่าบวกอินเดียในเชียงใหม่ ที่ฉันยังจำได้ว่าในขันโตกอาหาร “เมือง” บ้านฉันนี่แหละที่เรากิน “แกงถั่วราชมาด” หรือ “หน่วยบ่าบอย” และมีของขบเคี้ยวเป็นถั่ว “แปยี” อีกทั้งเราเรียกมันฝรั่งว่า “มันอาลู” เหมือนภาษาแขก
หลายคนถามถึงร้าน “ข้าวแรมฟืน” ที่เราพบว่าเขาไม่ได้ย้ายมาด้วยแต่ยังคงเปิดที่เดิม ใกล้ๆมัสยิดบ้านฮ่อ ข้าวแรมฟืนคือ curd ที่ทำจากถั่วชนิดต่างๆ มีทั้งแบบข้น แบบที่คล้ายเจลลี่ นำมายำ หรือนำมากินแบบก๋วยเตี๋ยวหรือซุปถั่วข้นๆ ร้อนๆ และน่าจะต้องเรียกว่า โทฟู หรือ เต้าหู้นั่นเอง

ใครชอบมาจ่ายตลาดที่กาดฮ่อ?
เจ้าของร้านอาหารต่างๆ สามารถมาแสวงหาวัตถุดิบแปลกๆ ได้จากที่นี่ ผักชีที่ต้นสูงท่วมหัว ต้นหอมญี่ปุ่นต้นอวบๆ รากชู หัวโอสุ่นหรือโอชุ่น มะเขือเทศมีสักยี่สิบประเภทให้เลือก ของแห้งของสด เส้นหมี่ห้าร้อยอย่าง เต้าหู้ ของอิมพอร์ตจากจีน จากพม่า บอกไม่ถูกมันตื่นตาตื่นใจมาก คนจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเดินตลาดนี้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเพราะมันคือแหล่งรวมของผัก ผลไม้ และอาหาร “เมืองหนาว” ที่ราคาถูกแสนถูก ถูกจนไม่อยากจะไปซื้อผักอะไรในซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป
มาเที่ยวเชียงใหม่ครั้งหน้าหรือครั้งไหน ลองแวะมาแอ่วกาดฮ่อ แล้วจะมองเชียงใหม่ไม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหลงรักเมืองนี้มากขึ้น















